ฮวงจุ้ยอินเตอร์ / ก้าวขึ้นปีที่ 12 กับ กลุ่มเว็บ ฮวงจุ้ย โดย อ.เทพ เกษมพรรณราย

ภาพรวม ฮวงจุ้ยบ้านแปดทิศ

ฮวงจุ้ยแปดทิศในเชิงลึก


เพื่อที่จะเข้าใจสำนักฮวงจุ้ยบ้านแปดทิศให้ลึกซึ้งมากขึ้น เราจำเป็นต้องรู้ อี้จิง 64 ข่วย กฎที่จะกำหนด ดาวทั้งแปด ว่าเป็นดาวมงคลหรือดาวโชคร้าย โดยคำนวณจากการเปลี่ยนของอิมเอี้ยงในข่วย โดยเทียบข่วยบนกับข่วยล่างว่ามีความสัมพันธ์กันอย่างไร ตามหลักคณิตศาสตร์จะมีการเปลี่ยนได้แปดแบบใหญ่ๆ บางอย่างเป็นมงคล บางอย่างไม่เป็นมงคล

รวมการเปลี่ยนแปลงของบ้านทั้ง 8 ทิศ ในแต่ละทิศจะมีข่วยทั้งหมด 8 ชุด เมื่อนำทั้งระบบมารวมเข้าด้วยกัน จะมีการเปลั่ยนแปลงทั้งหมด 64 ชุดของข่วยบนและข่วยล่าง

วิชาจริง วิชาปลอม


มีแหล่งข่าวบางแห่งกล่าวว่า สูตรวิชาฮวงจุ้ยบ้านแปดทิศนี้มาจาก พระชื่อ Yi Xing ในสมัยราชวงศ์ถัง ซึ่งพระยี่ซิงนี้ได้รับบัญชาจากฮ่องเต้ให้แต่งตำราขึ้นมาเพื่อลดกระแสความสนใจของประเทศใกล้เคียงที่ต้องการวิชาฮวงจุ้ยให้ลดน้อยลง บางคนกล่าวว่า พระยี่ซิงเขียนขึ้นมาเพื่อทำลายพวกกลุ่มคนป่าเถื่อน ซึ่งตำราดั้งเดิมที่เขียนไว้นั้นได้สาปสูญไป ในปัจจุบันไม่มีใครทราบเนื้อหาที่แท้จริงของตำราดั้งเดิม เพียงแต่ทราบว่าเคยมีตำราเล่มนี้ และมีที่มาอย่างไร

วิชาบ้านแปดทิศที่มีการใช้กันในยุคหลังๆ เป็นหลักวิชาที่พัฒนาขึ้นมาใหม่ แต่ยังคงถูกเรียกรวมอยู่ในระบบวิชาฮวงจุ้ยบ้านแปดทิศ หรือ แปดทำเล ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็นหลายกลุ่ม เช่น

  • กลุ่มที่ใช้ทิศหน้าบ้าน
  • กลุ่มที่ใช้ทิศหลังบ้าน
  • กลุ่มที่ใช้ทิศหยาง (เอี้ยง)

โดยแต่ละกลุ่มต่างมีหลักการที่มาของการคำนวณที่แตกต่างกัน รวมถึงมีการใช้หลักวิชาดาวเหินมาเกี่ยวข้อง ขึ้นกับว่าเจ้าสำนักยึดถือตำราเล่มใดเป็นหลัก จึงเป็นสิ่งที่อธิบายได้ว่าทำไมวิชานี้ในแต่ละแห่งก็มีการสอนแตกต่างกันไป

หลักการสังเกตุ

จึงเป็นสิ่งที่ตอบไม่ได้ว่า สำนักบ้านแปดทิศ สำนักไหนเป็นสำนักวิชาแท้ๆของจริง บางคนบอกว่า

[1] สำนักที่ใช้ผลของการเล่นกับอี้จิง ซึ่งให้ผลดูมีการตีความที่ดีกว่า เป็นของแท้

[2] สำนักอะไรก็ได้ที่เคยใช้ได้ผลเป็นสำนักที่แท้จริง

[3] ไม่สำคัญว่าเคยทำอย่างไร แต่สำคัญที่ว่าใครเป็นคนกำลังใช้ นั่นหมายถึง ซินแสแต่ละคนใช้ก็จะมีผลไม่เหมือนกัน บอกเป็นนัยว่า มีบางสิ่งที่ละเอียดอ่อนซึ่งจะรู้เฉพาะซินแสที่แท้จริงเท่านั้น ดูเหมือนว่าข้อ[2] จะปราศจากข้อโต้แย้งใดๆ แต่โดยความจริงแล้วประเด็นอยู่ที่ว่า คำว่าใช้ได้ผลนั้น ได้ผลจริงๆหรือแค่เป็นการอ้างว่าได้ผล เพราะบางครั้งคนเราคิดไปเองว่าได้ผล แต่พิสูจน์ไม่ได้

ตามข้อ [1] นั้น ซินแสมักมีความสามรถในการโน้มน้าวคนอื่นให้คล้อยตาม จึงมักเป็นซินแสที่มีชื่อเสียงจากการโน้มน้าวคนมากกว่าจากฮวงจุ้ย

การทำวิชาให้ง่าย ให้คนลืมถามว่า ทำไม และสนใจแต่คำว่า อย่างไร จึงทำให้สำนักแปดทิศนี้มีชื่อเสียงและประสพความสำเร็จมากในเอเซีย ในอเมริกาเหนือจะไม่ค่อยนิยมแต่กลับใช้วิชาฮวงจุ้ยหมวกดำซึ่งเป็นวิชาที่ง่ายกว่า ซินแสสำนักหมวกดำสามารถเรียนรู้ได้ในเวลาสั้นๆ จึงมีการสอนและตั้งสำนักสายนี้มากมายจนเป็นที่นิยมกันอย่างกว้างขวางเนื่องจากมีผู้ใช้เป็นจำนวนมาก

โดยสรุป สำนักฮวงจุ้ยบ้านแปดทิศสอนอะไรบ้าง


[1] ทิศหลังบ้านจะเป็นตัวกำหนด ข่วยของบ้าน

[2] แปดดาวพิศวง มี 4ดาวที่เป็นมงคล และ 4 ดาวที่ร้าย โดยได้๔กกำหนดไปตามส่วนต่างๆของบ้าน

[3] แต่ละบุคคลจะมีรหัสประจำบุคคล ซึ่งมีผลให้เกิดทิศมงคล 4 ทิศและ ทิศโชคร้าย 4 ทิศ

[4] บ้านและบุคคล จะถุกแบ่งออกเป็น กลุ่มตะวันออกและกลุ่มตะวันตก กลุ่มละ4

[5] การที่จะได้ประโยชน์สูงสุด คนราศีตะวันออกต้องอยู่บ้านกลุ่มตะวันออก คนราศีตะวันตกต้องอยู่บ้านกลุ่มตะวันตก

[6] คนเวลานั่งต้องหันหน้าไปทิศมงคลของตัวเอง เมื่อเวลานอนต้องหันศรีษะไปทางทิศมงคลของตัวเอง

[7] ประตูต้องหันไปทางทิศมงคลตามทิศมงคลของหัวหน้าครอบครัว

[8] เตาไฟต้องตั้งอยู่บนดาวที่ร้ายและหันไปทางดาวที่เป็นมงคล

[9] ห้องน้ำต้องตั้งอยู่ตรงดาวที่ไม่ดี

[10] ดาวที่ดีเป็นมงคลต้องเสริมด้วยธาตุที่ถูกต้อง และดาวร้ายต้องทำให้อ่อนแรงโดยธาตุที่เหมาะสม

ในเบื้องต้นของหลักวิชา ทุกอย่างเป็นกฎตายตัวและเรียนรู้ได้ในเวลาช่วงข้ามคืน สำหรับคนที่ใช้อี้จิงจะสามารถทำให้วิชาดูมีผลซับซ้อนกว่าบุคคลทั่วไป

แต่การพัฒนาวิชาบ้านแปดทิศนั้นไม่ได้หยุดอยู่กับที่ มีการพัฒนาและเพิ่มหลักการวิเคราะห์ต่างๆเพื่อลดจุดด้อยของวิชาให้น้อยลง เช่น การคำนวณการเปลี่ยนแปลงธาตุตามกาลเวลา ปี เดือน วัน ยาม ซึ่งแต่เดิมจะเป็นลักษณะที่ตายตัวไม่เปลี่ยนผันตามกาลเวลา

ฮวงจุ้ยบ้านแปดทิศ บุคคลรหัส 9

ฮวงจุ้ยบ้านแปดทิศ สำหรับบุคคล รหัส9

ปฏิกริยาฮวงจุ้ยในแปดทิศ

คำนวณรหัสบุคคลของคุณโดยใช้โปรแกรมฟรี ได้ที่ คำนวณรหัสบุคคล

ปฏิกริยาฮวงจุ้ย ที่เกิดกับกระแสทิศทางทั้ง 8ทิศ สำหรับ บุคคลรหัส 9 เป็นดังนี้

code9.jpg

จัดอยู่ในกลุ่ม ราศีตะวันออก โดยมี รหัสบุคคล 9 จะมีปฏิกริยาฮวงจุ้ย ในแปดทิศทาง ดังต่อไปนี้

  • ทิศใต้ เป็นปฏิกริยา ประธาน
  • ทิศตะวันตกเฉียงใต้ เป็นปฏิกริยา อสูร
  • ทิศตะวันตก เป็นปฏิกริยา ผีสิง
  • ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ เป็นปฏิกริยา สูญสิ้น
  • ทิศเหนือ เป็นปฏิกริยา อายุ
  • ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นปฏิกริยา โทษภัย
  • ทิศตะวันออก เป็นปฏิกริยา รุ่งเรือง
  • ทิศตะวันออกเฉียงใต้ เป็นปฏิกริยา หมอเทพ

ความหมายของ แปดดาว แปดปฏิกริยา

4 พลังฮวงจุ้ยมงคล ให้คุณประโยชน์

ประธาน ( ฮกอุ่ย ) หมายถึง อำนาจ บารมี ความมั่งคั่ง

รุ่งเรือง ( แซขี่ ) หมายถึง ชื่อเสียง ความเจริญรุ่งเรือง ความสำเร็จ ความกระตือรือล้น

อายุ ( เอี่ยงนี้ ) หมายถึง ความมั่นคง ความยั่งยืน ความสามัคคี การประชาสัมพันธ์

หมอเทพ ( เทียงอุย ) หมายถึง สุขภาพแข็งแรง ความมั่นคง

4 พลังฮวงจุ้ยอัปมงคล ให้โทษ

สูญสิ้น ( เจาะเหมี่ย ) หมายถึง การสูญเสีย อุบัติเหตุ โรคแทรกซ้อน

อสูร ( หลักสัวะ ) หมายถึง ความเดือดร้อน ปัญหาการสมรส การถูกปองร้าย การอิจฉาริษยา

โทษภัย ( ฮัวไห่ ) หมายถึง การให้ร้าย การฟ้องร้อง การแตกความสามัคคี

ผีสิง ( โหงวกุ้ย ) หมายถึง ความวุ่นวาย ปัญหามากมายที่มาโดยไม่คาดคิด

ฮวงจุ้ย โป๊ยข่วย ปากัว ปากั้ว

ฮวงจุ้ย โป๊ยข่วย ปากัว ปากั้ว

ชื่อของโป๊ยข่วย

สิ่งหนึ่งที่ทุกคนที่รู้จัก ฮวงจุ้ย ถึงแม้จะเคยเรียนหรือไม่เคยเรียนฮวงจุ้ยมาก่อน เมื่อเห็นสัญญลักษณ์แล้วจะทราบทันทีว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับฮวงจุ้ย คือ สัญญลักษณ์ทั้งแปดของ โป๊ยข่วย ที่นำมาประกอบเข้าด้วยกันเป็นผังพลังงาน

การเรียกคำสรรพนามของ โป๊ยข่วย ในเมืองไทยนั้นมีหลายแบบ เช่น ปากัว ปากั้ว โป๊ยข่วย

คำว่า ปา หรือ ป้า หรือ โป๊ย แปลว่า แปด

คำว่า กว้า หรือ กั้ว หรือ ข่วย นั้นเป็นสัญญลักษณ์เฉพาะตัวของการเรียงเส้นอิมเอี้ยงในแนวตั้ง

สัญญลักษณ์

สัญญลักษณ์ของ โป๊ยข่วย นั้น เกิดจากการนำเส้นอิม และเส้นเอี้ยง มาเรียงกันในแนวตั้ง จำนวน 3 ชั้น เกิดสัญญลักษณ์ที่แตกต่างกันจำนวน 8 แบบ

หลักการคิดแบบคำนวณ คือ อิมเอี้ยง เท่ากับ 2 นำมาจับคู่เรียงกันสามชั้นเท่ากับคูณกันสามครั้ง คือ 2 X 2 X 2 = 8

taiji.jpg

การกำเนิด

จากรูปเป็น แผนภูมิ ของการกำเนิดโป๊ยข่วย

  • แต่เดิมนั้นสรรพสิ่งล้วนว่างเปล่า
  • ความเปลี่ยนแปลงแปรผันเป็นกฏแห่งธรรมชาติ จากความว่างเปล่าก่อเกิดสภาพแห่งการมี ซึ่งภายในเป็นองค์ประกอบของ อิม เอี้ยง หรือ หยิน หยาง รวมกันอยู่ เป็นสิ่งที่เราเรียกกันว่า ไท่จี๋
  • จากความมี แบ่งออกเป็น 2 สภาพ คือ อิม เอี้ยง หรือ หยิน หยาง โดยอิมแทนด้วยเส้นขาด และ เอี้ยงแทนด้วยเส้นเต็ม
  • ในสภาพอิมยังแบ่งออกเป็น 2 ส่วน และสภาพอี้ยงแบ่งออกเป็น 2 ส่วน รวมเป็น 4 ส่วน หรือ อาจเทียบได้กับ 4ฤดูกาลบนโลก คือ ฤดูร้อน ฤดูหนาว ฤดูฝน ฤดูใบไม้ผลิ
  • จาก 4 ส่วน ยังแบ่งย่อยของสภาพอิมเอี้ยงออกมารวมกันได้ 8 ส่วน กลายเป็น โป๊ยข่วย หรือ ปากั้ว หรือเทียบกับ 8ทิศทาง ที่คนทั่วโลกจำนวนมากคุ้นเคยกันดีว่าเป็นสัญญลักษณ์เกี่ยวเนื่องกับฮวงจุ้ย

โดยกำหนดชื่อเรียกของ ข่วย หรือ กั้ว แต่ละอันแตกต่างกันไป มี ข่วยเคี้ยง ข่วยต๋วย ข่วยลี้ ข่วยจิ้ง ข่วยสุ่ง ข่วยคั่ม ข่วยกึ่ง ข่วยคุง

การเรียงสัญญลักษณ์

การนำสัญญลักษณ์ของข่วยทั้งแปด มาจัดเรียงกันในรูปแบบของผังพลังงานนั้น จะมีผังพื้นฐาน 2 ผังพลังงาน คือ ผังก่อนฟ้า และ ผังหลังฟ้า

การใช้งาน

ความจริงแล้ว โป๊ยข่วย ได้ถูกออกแบบมาเป็นผังช่วยจำ ผังที่เกี่ยวกับพลังงานในด้านฮวงจุ้ย เหมือนการที่เราดูแผนที่ ไม่ได้มีประโยชน์หลักหรือไม่ได้ใช้เป็นหลักใน การแก้ไขฮวงจุ้ย หรือ การปรับสภาพฮวงจุ้ย ดังที่บุคคลส่วนใหญ่เข้าใจและนิยมใช้กันทั่วไป

ฮวงจุ้ย และ ชี่

 

เมื่อเราศึกษาฮวงจุ้ย จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องรู้ ลักษณะ คุณสมบัติ โดยธรรมชาติของชี่ ถ้าหากเราไม่ทราบธรรมชาติของชี่ในหลายๆสถานะการณ์เราจะไม่สามารถจัดการกับสิ่งต่างๆได้

ประเภทของชี่

ตามสมมุติฐาน กล่าวว่า ชี่ มีสองประเภท

  1. ประเภทที่สามารถสัมผัสได้
  2. ประเภทสัมผัสไม่ได้

เมื่อเรากล่าวว่า บ้านหลังหนึ่งดูเหมือนมีฮวงจุ้ยที่ดีนั้น เราหมายถึงมีสิ่งแวดล้อมที่สวยงาม บ้านออกแบบมาอย่างสวยหรู มีความสว่างและอากาศบริสุทธิ์ มีเฟอร์นิเจอร์ที่ออกแบบมาอย่างดีให้พลังงานไหลเวียนอย่างราบรื่น โดยสรุปคือ บ้านนี้ดูสะดวกสบายและน่าอยู่อาศัย

จากประสพการณ์ที่ผ่านมา พบว่า ถึงแม้บ้านหลังหนึ่งดูผิวเผินเหมือนจะมีฮวงจุ้ยที่ดี แต่บุคคลที่อยู่อาศัยในบ้านนั้นยังคงมี ความโชคร้ายด้านสุขภาพ โชคลาภไม่ดี และ ขาดบารมีในสังคม ดังนั้นความโชคร้ายต่างๆต้องมาจากบางสิ่งที่เรามองไม่เห็นก่อให้เกิดขึ้น

ชี่ที่สัมผัสเห็นได้นั้นจะมาจากสิ่งแวดล้อมรอบๆบ้าน. ตามคุณสมบัติของชี่

  • ชี่นั้นไปตามการเคลื่อนไหวของอากาศ .
  • ชี่นั้นจะกระจายเมื่อโดนลมพัดที่แรง .
  • น้ำสามารถเก็บกักชี่ไว้ได้ .
  • สิ่งกีดขวางสามารถหยุดการเคลื่อนไหวของชี่.

ดังนั้นคำถามที่น่าสนใจคือ อะไรคือสิ่งที่เหมาะสมกับคุณสมบัติของชี่ตามที่กล่าวมา

ถ้าเรายึดติดและเถรตรงกับคุณสมบัติของชี่ตามที่กล่าวมาแล้ว ชี่ก็จะไม่ครอบคลุมสิ่งดังต่อไปนี้

  1. แสง เนื่องจากแสงไม่ต้องการตัวกลางเป็นสื่อในการเคลื่อนที่ และไม่กระจายตามลม
  2. สนามแม่เหล็ก เนื่องจากไม่เคลื่อนที่ไปกับลม และไม่กระจายตัวเมื่อลมพัด

การจัดพลังงานชี่ ตามความหมายจึงต้องมีความยืดหยุ่น เพราะเราคงปฎิเสธไม่ได้ว่า แสงและ สนามแม่เหล็ก เป็นส่วนหนึ่งของฮวงจุ้ย ดังนั้นเมื่อเรากล่าวถึงชี่ เราจึงรวมความถึงพลังงานทุกอย่างให้อยู่ในส่วนชี่ที่สัมผัสได้ จริงๆแล้ว ชี่ที่สัมผัสได้รวมถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่ประสาทสัมผัสทั้ง 5 สามารถรับรู้สัมผัสได้ว่ามันมีอยู่

ในส่วนของชี่ที่เราสัมผัสไม่ได้นั้น คือ สิ่งที่สัมผัสทั้ง 5 ไม่สามารถสัมผัสแต่รับรู้ได้จากปรากฎการณ์แปลกๆที่ปรากฎผ่านทางสัมผัสทั้ง5

ฮวงจุ้ยคือการศึกษาเกี่ยวกับชี่ ว่า ชี่เคลื่อนไหวอย่างไร ชี่นั้นมีอาณาเขตอย่างไร ชี่ก่อให้เกิดปฏิกริยาต่างๆอย่างไร ละชี่มีผลกระทบกับชีวิตมนุษย์อย่างไร หรือจะกล่าวว่า ฮวงจุ้ยก็คือการศึกษาเทคนิคการเปลี่ยนชี่ในสถานที่ให้บุคคลที่อยู่มีความสงบสุขและเจริญรุ่งเรือง

การศึกษา ชี่ที่สัมผัสได้นั้น ในอดีตเรียกกันว่า Xing Fa หมายถึงวิธีใช้รูปแบบ หรือ เรียกกันว่า การดูชัยภูมิ หรือ ชัยภูมิ ฮวงจุ้ย

การศึกษา ชี่ที่สัมผัสไม่ได้ เป็นการศึกษาแผนที่ของชี่ในบ้าน หมู่บ้าน ประเทศ โดยไม่เกี่ยวข้องกับชัยภูมิ วิธีการนี้เรียกว่า Li Fa หมายถึง วิธีคณิตศาสตร์ หรือ วิธีคำนวณปราณ เป็นวิธีที่จะอธิบายการเคลื่อนไหวของชี่ ซึ่งจะมีประกอบอยุ่ในระบบฮวงจุ้ยต่างๆ เช่น ฮวงจุ้ย ดาว 9 ยุค / ฮวงจุ้ย ซาฮะ / ฮวงจุ้ย บ้านแปดทิศ / ฮวงจุ้ย 64 ข่วย

ในภาวะที่แท้จริงจะมีทั้งชี่ที่สัมผัสได้ละชี่ที่สัมผัสไม่ได้อยู่ด้วยกัน ทำปฏิกริยาซึ่งกันและกัน ดังนั้นถ้าเราละเลยสิ่งใดสิ่งหนึ่งก็จะทำให้การศึกษาไม่สมบูรณ์

ชนิดของชี่

ชี่ร้ายและชี่ที่ดี

ชี่ นั้นมีอยู่ 2 ชนิดตามผลที่ก่อเกิด คือ ชี่ที่เป็นมงคลและชี่ที่ร้ายหรือไม่ดี ชี่เป็นมงคล เราเรียกว่า Sheng Qi ส่วนชี่ที่ร้ายเราเรียกว่า Sha Qi คำว่า Sheng หมายถึง ชีวิต ความมีชีวิตชีวา คำว่า Sha หมายถึง สิ่งชั่วร้ายหรือการสังหาร ชี่ทั้งสองอย่างนี้บางครั้งเราก็รู้สึกถึงได้ แต่บางครั้งเราก็ไม่รู้เลยว่ามีสิ่งเหล่านี้อยู่

สิ่งของสวยงาม จัดอยู่ในพวก Sheng Qi มองแล้วสบายตาและเรารู้สึกสบายจากการที่มองสิ่งสวยงามซึ่งเป็นหลักการทั่วไป แต่บางครั้งวิธีการจัดแบบนี้ก็มีความขัดแย้ง เพราะสิ่งที่สวยงามสำหรับคนหนึ่งอาจจะไม่สวยงามกับคนอื่น

เรากล่าวได้ว่า บ้านที่มีสิ่งแวดล้อมสวยงาม นั้นถูกล้อมรอบด้วยฮวงจุ้ยที่ดีมี sheng Qi อยู่โดยรอบ ถ้าภายในบ้านสะอาดและเป็นระเบียบ มีการระบายอากาศที่ดี มีแสงสว่างพอเหมาะ ภายในบ้านก็จะเต็มไปด้วยชี่ที่ดี คนอยู่อาศัยก็รู้สึกอบอุ่น สงบสุข ชีวิตมีความสนุกสนาน คนเหล่านี้จะมีพลังเพิ่มในการทำงานและการแข่งขัน เนื่องจากมีฮวงจุ้ยที่ดี

ในทางกลับกัน สิ่งที่น่าเกลียดเราจัดอยู่ในพวก Sha Qi มองแล้วไม่สบายตาและรู้สึกไม่สบายใจเมื่อเราได้ครอบครอง บ้านที่สร้างในที่เปียกชื้น มีหญ้ารก มียุง มีกลิ่นเหม็นในอากาศ จะมีผลไม่ดีจากฮวงจุ้ยที่ร้าย บุคคลที่อาศัยอยู่ก็เจ็บป่วยได้ง่าย และไม่มีความสุข ชีวิตจะพบความลำบาก

ชาวจีนได้ศึกษา การประสาน3สิ่งอย่างสมบูรณ์ ว่าจะเกิดจาก ความจริงใจ ความอ่อนโยนและความสวยงาม การกระทำสามอย่างนี้ก่อให้เกิดโลกที่สวบงาม น่าอยู่

ปัจจุบันมีการขัดแย้งด้านฮวงจุ้ยอยู่ทั่วไป เช่นใช้สิ่งน่าเกลียดไปทำร้ายคู่แข่ง สิ่งนี้ถึงแม้จะทำร้ายคู่แข่งได้ แต่กลับเป็นการสร้างชี่ร้ายในบ้านตนเอง ทำร้ายตนเองและเพื่อนบ้านด้วย ซึ่งไม่สมควรใช้อย่างยิ่ง

Pages