ดวงชงปีขาล

ดวงชงปีขาล

เกียวกับเรื่องดวงชงปี53 พ.ศ. 2553 หรือ ดวงชงปีขาล กระแสเกี่ยวกับการกลัวดวงชงมีกันค่อนข้างมาก ทั้งบุคคลที่ใช้คำเรียกนำหน้าว่า ซินแสบ้าง เซียนบ้าง ทยอยออกมาให้คำแนะนำในเรื่องนี้กันอย่างแพร่หลาย หลากหลายแนวคิด ทำให้หลายๆคนที่เน้นติดตามบริโภคข้อมูลข่าวสารด้านนี้เกิดอาการมึนงง เพราะบางแหล่งข่าวข้อมูลขัดแย้งกัน ทำให้ผมเองจะโดนถามบ่อยๆว่า ตกลงปีขาลอะไรมันชงกันแน่

ข้อมูลในกลุ่มหนึ่ง จะกล่าวว่า ปีที่ชงกับปีขาล คือ ปีวอก ปีมะเส็ง ปีขาล ปีกุน

บางกลุ่มแจกแจงรายละเอียดลงมาว่า ชงคือ ปีวอก / ปีมะเส็งและปีกุน คือ ร่วมชง / ปีขาล คือ ทับตัวเอง ตามไท้ส่วย 60 ลักจับกะจื้อ

บางกลุ่มแตกแนว กลัวคนปีมะแม และ ปีเถาะ จะไม่มีอะไรตื่นเต้นในปีใหม่ ก็เอามาชงด้วย คือ ปีชง จะเป็น ปีวอก ปีมะแม ปีเถาะ และปีกุน

บางกลุ่ม ก็ทำให้คนปีกุนมีเฮ หัวใจชื่นบานขึ้นบ้าง เพราะบอกว่า ปีกุน สมพงษ์กับปีขาล คือ ดี

ถ้าเชื่อครบหมด รวมๆแล้ว ปีวอก ปีมะเส็ง ปีขาล ปีกุน ปีมะแม ปีเถาะ รวมกัน 6 ปี จาก 12 ปีนักษัตร ประชากรครึ่งหนึ่งของโลกดวงชง ผู้นำของประเทศต่างๆคงกลุ้มใจมาก หลายประเทศคงต้องรีบกำหนดนโยบายแก้ไขเร่งด่วนเป็นแน่

เรามาลองวิเคราะห์กันตามหลักวิชาการของโหราศาสตร์จีน แบบโป๊ยยี่สี่เถียวกัน  เมื่อคุณมีความเข้าใจในหลักการ ที่มาที่ไปแล้ว คุณตัดสินใจเองว่าอะไรเป็นอะไร อะไรควรกลัว อะไรไม่ควรกลัว หรือ ไม่ควรไปกังวลใจ

ถ้า้เราเอานักกษัตรปีขาล เป็นตัวหลัก

หลักการ ปะทะ หรือ ลักชง ในดวงจีน จะเป็นสิ่งที่หลายๆคนคุ้นเคยกันมาก ซึ่งก็คือ ดวงชง นั่นเอง

12earth4.jpg

ราศีปีเกิดที่อยู่ตรงข้ามกันจะ ชง หรือ ปะทะ กัน ดังนั้น ปีขาล จะ ปะทะ หรือ ชง กับ ปีวอก

ในระบบดวงจีน เรื่องไม่ดี ในอันดับรองๆลงมาจากการชง มีลักษณะหนึ่งที่เรียกว่า ไห่ หรือ การให้ร้าย ซึ่งในจุดนี้ บุคคลทั่วไปส่วนใหญ่จะไม่คุ้นเคย หรือ ไม่ค่อยรู้จัก

12earth5.jpg

ปีขาล จะไห่ กับ ปีมะเส็ง เป็นเรื่องเกี่ยวกับการนินทาใส่ร้าย ไม่รุนแรงเหมือนการชง

ไห่

ตามหลัก ภาคี หรือ คู่สมพงษ์ ปีขาล จะ ภาคี หรือ สมพงษ์ กับ ปีกุน ปีขาลคู่สมพงษ์กับปีกุน

ส่วนปีขาล กับ ปีขาล ด้วยกันเอง เป็นลักษณะการทับตัวเอง ซึ่งลักษณะแบบนี้ยังบอกไม่ได้ว่าจะร้ายจริงหรือไม่ ... แต่ถ้าจะกล่าวถึงในลักษณะของ 60 ลักจับกะจื้อนั้น จะเป็นลักษณะการเวียนวงจร 60 ปี ที่แตกต่างกัน ต้องพิจารณาทั้งราศีบนและราศีล่างพร้อมกัน ไม่ใช่แค่พิจารณาราศีล่างอย่างเดียวเท่านั้น ( รายละเอียดอ่านเพิ่มเติมที่ พลังงานฟ้าดิน 60 คู่ ( 60 กะจื้อ) )

ปีหน้า 2553 คือ ปีแกอิ้ง ?? ดังนั้นคนจะที่ถูกไท้ส่วยทับจะต้องเป็นบุคคลที่เกิดปีแกอิ้ง?? ด้วยเช่นกัน คือ บุคคลที่เกิดในปีขาล รอบ พ.ศ. 2493 เท่านั้น ... บุคคลที่เกิดปีขาลใน พ.ศ.อื่น ตามหลักวิชาการไม่ถือว่าโดนไท่ส่วยทับ

ดังนั้น ถ้ากล่าวตามหลักวิขาการ มาตราฐาน ที่นิยมใช้กันเป็นสากล เกี่ยวกับ ปีชงของปีขาล คือ มีปีวอก ปีเดียว

ส่วน ปีมะเส็ง เป็น ไห่ อาจจะโดนนินทา ใส่ความให้เจ็บใจ ไม่ได้เจ็บตัว ... คำนินทาถ้าไม่เอามาใส่ในใจ ความทุกข์ก็จะลดลงได้

คนเกิดปีขาล ที่ต้องระวังคือ คนเกิดปี พ.ศ. 2493 ส่วนปีขาลอื่นถือว่าปกติทั่วไป คือ ดีร้ายขึ้นกับรูปดวงของแต่ละคนที่แตกต่างกัน

คนเกิด ปีกุน เป็นการภาคี สมพงษ์ คือ จะมีบทบาทเด่นขึ้นมา ส่วนใหญ่คนจะบอกว่าดี  แต่ดีหรือร้ายอย่างไรก็ไม่แน่นอนตายตัวกับคนทุกคน

เป็นที่มาตามหลักวิชาการ แล้วนำมาเขียนต่อๆกันว่า บุคคลที่จะมีผลมากกว่าปกติ คือ ปีวอก ปีมะเส็ง ปีขาล และ ปีกุน

เพื่อความง่าย ก็เหมารวมเรียกปีชงไปให้หมด เพราะคนทั่วไปรู้จักคำว่าปีชงกันดี เรียกแบบอื่นคนไม่รู้จัก

แต่ผลกระทบในด้านลบก็มีบ้าง คือ คนที่ไม่ได้ชงกับเขา คือ คนปีมะเส็ง ปีขาล ปีกุน ด้านจิตใจก็พลอยกังวลกับเขาไปด้วย คนเราถ้าจิตใจกังวลมากๆ  จะส่งผลเสียต่อสุขภาพ ร่างกาย ทำให้การตัดสินใจอาจผิดพลาดเสียหาย ซึ่งไม่ได้เสียหายจากการที่ดวงชง แต่เสียหายเพราะจิตใจของตัวบุคคลนั้นเอง

ส่วนปีชงที่ว่า ชงปีเถาะ ชงปีมะแม ออกจะแหวกแนวมาตราฐานสากลทั่วไป ไม่แน่ใจว่าเอาทฤษฎีแนวไหน ที่เห็นใกล้เคียง ก็อาจจะเป็นหลัก สามประสาน หรือ ไตรภาคีํธาตุไม้ คือ ไห เบ้า บี่ เป็นไตรภาคีกัน หรือ แปลเป็นนักษัตร คือ กุน เถาะ มะแม ... แต่ก็ไม่ได้มาเกี่ยวโดยตรงกับการชงแบบมาตราฐานทั่วไป

อย่างไรก็ดี ถึงแม้ใครจะดวงชง ก็ไม่ได้ถือว่าจะเลวร้ายเสมอไป หลายๆคนดวงชงแล้วกลับดีก็มี ขึ้นกับรูปดวงของแต่ละบุคคล ... มีนักธุรกิจท่านหนึ่ง กลัวเรื่องดวงชง ผมพิจารณารูปดวงแล้วเห็นว่าจะวุ่นวายนิดหน่อยแต่ผลลัพธ์จะดี ซึ่งในปีนั้นมีเหตุให้นักธุรกิจท่านนี้ได้ถือหุ้นในบริษัทเพิ่ม กลายเป็นหุ้นส่วนใหญ่ของบริษัท สามารถควบคุมกำหนดนโยบายของบริษัท และในปีนั้นยอดขาย และ ผลกำไร ของบริษัทก็ดีขึ้นด้วย ... 1 ปี ผ่านไป ผมได้ถามนักธุรกิจท่านนั้นว่า ตกลงสรุปดวงชงปีที่ผ่านมา ดีหรือไม่ดี ... เขาตอบว่า มีเรื่องวุ่นวายหลายอย่าง แต่ก็สรุปว่า ดี

ที่ยกตัวอย่างมา เพียงอยากจะบอกว่า สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ การใช้สติ และ ปัญญา ในการดำเนินชีวิต ... คนทุกคนย่อมมีเรื่องดี และ ไม่ดี ผ่านเข้ามาในชีวิตเราเสมอ ถ้าเราใช้ สติ และ ปัญญา ในการแก้ไข หลายๆเรื่องที่เหมือนร้ายก็กลับกลายเป็นดีได้

ขอให้ทุกท่าน มีความสุขและโชคดี ตลอดปี 2553 ครับ

** ป.ล. ไม่รับดูดวงส่วนบุคคล กรุณาอย่าโทรสอบถามเรื่องดวง หรือ อย่าตั้งกระทู้สอบถามเรื่องการดูดวง

Comments

เรียนท่านอาจารย์ค่ะ

     ครั้งก่อนท่านอาจารย์เคยให้เคล็ดไว้ว่า ถ้าดวงชงกันให้ไปขอของติดตัวจากคู่สมพงษ์ของปีนักษัตรนั้น ๆ (ตอนนั้นคือเกิดปีมะเส็ง ชงกับปีกุน เลยให้ขอของติดตัวจากปีขาล ซึ่งเป็นคู่สมพงษ์ของปีกุน) 

     ในกรณีปีนี้  สมมตว่าเป็นคนปีขาล (เกิด 2493) ซึ่งถือว่าถูกไท้ส่วยทับ  จะให้ขอของติดตัวอย่างไรคะ  เพราะว่าชงกับตัวเอง หรือว่ายังยึดถือว่าให้หาคู่สมพงษ์กับปีนักษัตรนั้น  ซึ่งปีนี้คือขาล และคู่สมพงษ์คือปีกุน

     ขอบพระคุณท่านอาจารย์ล่วงหน้าค่ะ

     

เรื่องพวกนี้อย่าไปยึดติดจะดีกว่า ไม่เช่นนั้นต่อไปคุณจะใช้ปฎิกริยาดวงจีนสารพัดรูปแบบ  ทั้ง ชง เฮ้ง ไห่ ทับ พิฆาต และ อื่นๆ มาพิจารณาดวง แล้วก็จะพยายามหาทางแก้ดวง

ที่คุณพยายามทำ เรียกว่า เกินความพอดี

ถ้าผมไม่เบรค เตือนสติบ้าง คุณจะหลงทาง อาจถึงขั้นงมงายกับเรื่องนี้ไปเลย

ตลอดชีวิตคุณ ทุกปี จะต้องคอยวิ่งตามหาคนเพื่อขอของติดตัว ชีวิตไม่มีความสุขหรอก

ถึงแม้แต่เรื่องดวงชง ชงแล้วรวยก็มี ไม่ใช่ว่าจะซวยเสมอไป

ดวงคนเราก็ใช่ว่าจะต้องเป็นไปตามดวงทั้งหมด ขึ้นกับการกระทำในปัจจุบันด้วย

เล่ากันว่า เณรน้อยถูกอาจารย์พยากรณ์ตามตำราที่เรียนมาว่า จะสิ้นอายุภายในเจ็ดวัน เณรน้อยเสียใจมาก จึงหนีออกจากวัด หวังไปตายเอาดาบหน้า ระหว่างทางผ่านทุ่งนาแห่งหนึ่ง เห็นปลาหลายตัว กำลังดิ้นกระแด่วๆ ในน้ำซึ่งกำลังแห้งขอด เกิดความสงสาร จึงนำเอาปลานั้นไปปล่อยที่หนองน้ำ ด้วยอานิสงส์ปล่อยปลาที่กำลังจะตายลงหนองน้ำ เท่ากับให้ชีวิตแก่สัตว์ที่กำลังจะตาย เณรน้อยนั้นเลยไม่สิ้นชีวิต เมื่อเลยเจ็ดวันที่อาจารย์ขีดเส้นไว้แล้ว จึงกลับมาวัด อาจารย์เห็นเณรไม่ตายดังคำทำนาย จึงเอาตำรามาเผาทิ้งเสียเลย

ความจริงถ้าเณรไม่สร้างเงื่อนไขใหม่แก่ชีวิต เณรก็อาจจะตายตามวันเวลาที่หมอดูว่า

แต่บังเอิญเณรได้สร้างบุญกุศลขึ้นมาใหม่ ชีวิตของเณรจึงต่อไปได้

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ในอรรถกถาธรรมบท (ธัมมปทัฏฐกถา)

สามีภรรยาคู่หนึ่ง สามีเป็นอดีตฤๅษีชีไพร มีบุตรชายเล็กๆ รูปร่างน่าเกลียดน่าชัง สามีพาภรรยาและบุตรไปเยี่ยมหลวงพ่อ เพื่อนเก่า เวลาตนหรือภรรยาไหว้ ท่านฤๅษีก็อวยพรให้มีอายุมั่นขวัญยืน แต่พอให้เด็กไหว้ท่านบ้าง ท่านกลับนั่งเฉย ไม่อวยพรอะไร ทั้งสองจึงถามว่า ทำไมเวลาให้เด็กไหว้ ท่านไม่อวยพรอะไรเลย

“เด็กคนนี้จะอายุไม่ยืน” หลวงพ่อฤๅษีกล่าว ทำให้ทั้งสองตกใจมาก

“จะอยู่ได้มากน้อยแค่ไหน หลวงพ่อ” ผู้สามีถาม

“ไม่เกินเจ็ดวัน เด็กนี้จะต้องตาย” ฤๅษีผู้เคร่งฌานฟันธง

“จะให้ทำอย่างไรครับ ลูกชายผมถึงจะมีชีวิตยืนยาว” เขาถามท่าทางกังวลมาก

“อาตมาไม่ทราบ รู้แต่ว่าอายุจะไม่ยืน แต่จะทำอย่างไรจึงจะต่ออายุได้ ข้อนี้ไม่ทราบ แต่มีท่านผู้หนึ่งอาจช่วยได้” ฤๅษีบอก ความหวังที่ริบหรี่ค่อยเรืองรองขึ้นมาบ้าง

“ท่านผู้นี้คือ พระสมณโคดมพุทธเจ้า” หลวงพ่อฤๅษีบอก

ทั้งสองสามีภรรยาจึงพาบุตรชายไปไหว้พระสมณโคดมพุทธเจ้า ขณะทั้งสองไหว้ พระพุทธองค์ก็ตรัสอวยพรให้มีอายุมั่นขวัญยืนแบบเดียวกับฤๅษี พอให้เด็กไหว้ พระองค์กลับประทับนิ่งไม่ตรัสอะไร เมื่อกราบทูลถามก็ได้รับคำตอบเช่นเดียวกับที่ฤๅษีบอก ทั้งสองจึงกราบทูลขอให้ทรงต่ออายุให้บุตรชายของตน

พระพุทธองค์ทรงรับสั่งให้พระสงฆ์เตรียม ปะรำพิธีสวดพระปริตร เอาด้ายสายสิญจน์ขึงเป็นวงกลม 7 ชั้น ให้เอาเด็กนอนภายในวงสายสิญจน์ พระสงฆ์เปลี่ยนกันสวดพระปริตรเป็นชุดๆ ไม่ขาดตอน ตลอดเจ็ดวันเจ็ดคืน ว่ากันว่ายักษ์ที่จะมาเอาชีวิตเด็กไม่มีโอกาสคร่าชีวิตเด็กได้ เพราะขณะพระสงฆ์สวดพระปริตร บรรดาเทพน้อยใหญ่พากันมาฟังการสาธยายพระปริตร เทพที่มีศักดิ์น้อย เมื่อเทพผู้มเหสักข์ (มีศักดิ์มาก) พากันมา ก็ถอยออกไปยืนอยู่รอบนอก แล้วที่นี้ยักษ์ซึ่งไม่มีซีอะไรสักขั้นไม่ว่ามากหรือน้อย ยิ่งต้องถอยออกมาห่างๆ หาโอกาสไปจับเด็กกินไม่ได้ ก็เลยอดว่าอย่างนั้นเถอะ

พระคัมภีร์กล่าวว่า พอพ้นเจ็ดวัน เคราะห์กรรมของเด็กว่าจะสิ้นอายุก็หมดสิ้นไป เด็กน้อยจึงรอดชีวิต ไม่รอดเปล่าๆ กลับอยู่มาได้จนอายุ 120 ปี อดีตเด็กน้อยคนนี้จึงมีชื่อภายหลังว่า

“อายุวัฒนกุมาร” (กุมารผู้มีอายุยืน)

 

เรียนท่านอาจารย์ค่ะ

    ขอบพระคุณที่กรุณาเตือนสติค่ะ  ความจริงก็ไม่ได้ยึดติดอะไรนะคะ  เพียงแต่เห็นว่าเป็นแนวทางหนึ่งที่เคยช่วยให้เกิดความสบายใจได้ก็เลยอยากรู้เพิ่มเติมไว้เผื่อเป็นประโยชน์ในกรณีต่อ ๆ ไป   ตัวเองเป็นคนปีมะเส็ง ปีนี้ที่เขาพูด ๆ กันว่าชง 25%   ก็ได้ตรวจสอบตัวเองแล้วว่าก็ดูปกติดี ไม่ทุกข์ร้อนอะไร  ก็ยังคิดเลยว่าหากชีวิตคนเราจะลุ่ม ๆ ดอน ๆ บ้าง (ประมาณ 25% อย่างที่เขาบอก)  ก็น่าจะต้องทนรับให้ผ่านพ้นไปให้ได้ เพราะว่าทุกคนก็มีกรรมของตนเองที่แตกต่างกัน ทุกข์บ้างสุขบ้างสลับกันไปอยู่แล้วเป็นปกติ  จะมัวป้องกันไม่ให้มีความทุกข์อะไรเข้ามาเลยแม้แต่น้อยก็คงจะไม่ได้ทำอะไรเพราะกังวลไปเสียหมด  แต่ถ้ามันมีเรื่องทุกข์ร้อนจริง ๆ การช่วยเพื่อให้เกิดความสบายใจ อบอุ่นใจ และมีกำลังใจสู้ต่อไปได้ก็อยากจะช่วยเขาบ้าง อย่างที่ตัวเองเคยได้รับโอกาสนั้นมาแล้วค่ะ

 

 

ถ้าเกิด ปีเสือ เดือน 10 จีน มีวันไหนดีบ้างอะคับ แล้วเกิดเดือน 10 มันมีผลยังไงบ้างอะคับ

อ่านสารานุกรมฤกษ์ยามดูครับ ว่าวันไหนจะดีกับตนเองบ้าง